ความดันโลหิตสูง หนึ่งในโรคที่คุณต้องระวัง
ความดันโลหิตเกิดขึ้นได้อย่างไร...
สิ่งนี้ทุกคนต่างก็มักจะวิ่งหาคำตอบว่าเพราะอะไรมันจึงเกิดขึ้นกับตัวบุคคล
หัวใจของเราทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย ทำให้เกิดความดันโลหิตขึ้นในหลอดเลือดแดง ความดันโลหิตแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่
ความดันโลหิตตัวบน ซึ่งเป็นความดันโลหิตที่เกิดขึ้นในขณะที่หัวใจบีบตัวเพื่อนำเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายความดันโลหิตตัวล่าง ซึ่งเป็นความดันโลหิตที่เกิดขึ้นในขณะหัวใจคลายตัว เลือดจะไหลกลับเข้าไปในหัวใจอีกครั้งค่าความดันโลหิตที่วัดได้คือ แรงดันของเลือดที่ปะทะกับผนังหลอดเลือด ดังนั้น จึงมีอีปัจจัยหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องนั่นคือความแข็งแรงของหลอดเลือด หากผนังลอดเลือดมีความแข็งมาก ค่าแรงดันของการปะทะก็จะสูง แต่หากผนังหลอดเลือดยืดหยุ่นรองรับแรงปะทะได้มาก ค่าแรงดันก็จะต่ำ
ค่าความดันโลหิตที่เหมาะสมควรจะเป็นอย่างไร...
เมื่อได้ค่าความดันโลหิตทั้งสองตัวมาแล้ว เราจะทราบได้อย่างไรว่าค่าที่ได้นั้นสูงหรือต่ำกว่ามาตรฐาน ตารางด้านล่างนี้จะทำให้เราสามารถเปรียบเทียบได้ทันที
โรคความดันโลหิตสูงควรรักษาแต่เนิ่นๆ...
ที่ผ่านมาการรักษาความดันโลหิตสูงจะเริ่มรักษากันจริงจังเมื่อพบว่าความดันโลหิตอยู่ในระดับปานกลางขึ้นไป ถ้าความดันโลหิตสูงเล็กน้อย หลายๆ ท่านทั้งผู้ป่วยและคุณหมอผู้รักษาจะดันทุรังไม่รักษา จะรอจนกว่าสูงถึงระดับมีความเสี่ยงหรือมีโอกาสเสียชีวิตแน่ถึงเริ่มรักษากัน โดยเฉพาะที่มีความดันโลหิตระหว่าง 120~139/85~89 มม.ปรอท มักจะได้รับคำตอบจากคุณหมอว่าความดันโลหิตยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่จากรายงานล่าสุดพบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้จะถูกเรียกว่า กลุ่มเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง ซึ่งมีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูงในอนาคตมากถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่มีความดันโลหิตที่เหมาะสม ดังนั้น การรักษานั้นควรเริ่มตั้งแต่รู้ว่าความดันโลหิตมีทีท่าจะสูงขึ้น
ความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ...
คนทั่วไปมักจะเข้าใจผิดว่า คนที่เป็นความดันโลหิตสูงจะต้องเป็นผู้สูงอายุหรือมีอาการปวดศีรษะ มันศีรษะ แต่จริงๆ แล้วความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่จะเริ่มเป็นในอายุประมาณ 35 ปี และไม่มีอาการใดๆ แต่มักจะตรวจพบโดยบังเอิญขณะไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาโรคอื่น ซึ่งจะมีส่วนน้อยที่อาจมีอาการปวดมึนท้ายทอย ตึงที่ต้นคอหรือวิงเวียนศีรษะตอนตื่นนอน พอสายๆ ก็จะทุเลาไปเองหรือปวดศีรษะตุบๆ แบบไมเกรนในรายการที่เป็นนานๆ หรือความดันโลหิตสูงมกๆ อาจมีอาการอ่อนเพลียเหนื่อยง่าย ใจสั่น นอนไม่หลับ ตามัว มือเท้าชาหรือเลือดกำเดาไหล
ภาวะแทรกซ้อนของความดันโลหิตสูงมีอะไรบ้าง...
หลายๆ คนอาจคิดว่าในเมื่อความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ไม่มีอาการและผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็รู้สึกสบายดีเฉกเช่นคนปกติทั่วไป ไม่เห็นจะต้องวิตกกังวลอะไรเลย แต่จริงๆ แล้วความดันโลหิตสูงจะคอยทำลายชีวิตผู้คนอย่างเงียบๆ ทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายเสื่อมลงและเกิดความผิดปกติต่ออวัยวะสำคัญ
ด้วยภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ดังนี้:
หัวใจ ทำให้หัวใจโต หลอดเลือดหัวใจตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายและภาวะหัวใจวายสมอง ความจำเสื่อม สมาธิสั้น หลอดเลือดสมองตีบหรือแตกจนกลายเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
อาหารรสเค็มทำให้ความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นได้อย่างไร...
เมื่อเราทานอาหารที่มีรสเค็มจัดจะทำให้ปริมาณเกลือในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกลือหรือโซเดียมจะไปเพิ่มปริมาณน้ำในกระแสเลือดทำให้มีปริมาณเลือดเพิ่มมากขึ้น หัวใจต้องเพิ่มแรงดันในการผลักเลือดออกไปสู่หลอดเลือดแดงใหญ่ แต่ขณะเดียวกัน เมื่อร่างกายตรวจพบว่ามีปริมาณเลือดเข้ามาในหลอดเลือดมากเกินไปก็จะหลั่งสารบางนิดออกมาเพื่อให้หลอดเลือดตีบลง เพราะหากปล่อยให้เลือดเข้าไปในอวัยวะในปริมาณที่มากผิดปกติอาจมีอันตรายต่ออวัยวะนั้นๆ ได้ ผลกระทบจากกระบวนการทั้งหมดนี้คือความดันโลหิตสูงขึ้นนั่นเอง
|